2005/Sep/27

สวัสดีค่ะ มาอัพเพราะกลัวว่าบล็อกจะเน่า

เพราะดองเค็มจนได้ที่เต็มทน

ง่ะใครบอกกันนะ ขอแก้ตัวค่ะ

ว่าไม่จริ๊ง ไม่จริง วาวก็แค่ปล่อยให้ฝุ่นจับ

ใยแมงมุมขึ้นเท่านั้น-__-!(ต่างกันตรงไหน)

เอาน่าทุกท่านยังไงวันนี้วาวก็มาอัพให้แล้ว

ถึงแม้จะช้าจนชาจืดก็ตามทีเถอะ

ขอบอกเลยว่านี่ใช้เวลาช่วงสอบมาอัพให้ทุกคน

ได้อ่านกันเลยนะคะเนี่ย(คือจริงๆแล้วกำลังจะหลับ

คาหนังสือ เลยต้องหาอะไรทำแก้เซ็ง)

ก่อนที่จะเข้าเรื่องฝรั่งเศส เข้ารูปสวยๆ

ต้องถามนิดนึง เป็นไงคะโฉมใหม่ของบล็อก

ชมพูงามดีมะ โฮะๆ ตอนแรกจะเอาสีเขียว

แต่ไปเจอบีจีสีชมพูมันโดนใจกว่าเลยทำออกมา

สีหวานด้วยประการฉะนี้แล

แล้วก็ขอแจ้งเรื่องนิยายล่าสุดของวาวด้วยละกัน

[--] Ice heart ละลายใจให้รักกัน [--]

http://www.dek-d.com/entertain/view.php?id=80390&from_entertain=1

ไม่รู้ว่าจะถูกใจกันเหมือนเรื่องอื่นๆไหม

แต่รับรองได้ว่าโหด มันส์ ฮา น้ำตาเล็ด

ไม่แพ้เรื่องก่อนๆแน่นอน(พูดหยั่งกับเป็สโลแกน-_-!)

เอาล่ะพล่ามมาเยอะเข้าเรื่องกันได้เลย

วันนี้เราภูมิใจนำเสนอ...

หอไอเฟล(La Tour Eiffel)

หอไอเฟลได้รับการออกแบบและก่อสร้างในปี ค.ศ.1839

โดยเป็นผลงานชิ้นเอก

ในการฉลองปฏิวัติฝรั่งเศสอันนองเลือดเมื่อ 100 ปีก่อน

สำหรับผู้ออกแบบหอไอเฟลคือ

กุสตาฟ ไอ-เฟล (Gustave Eiffel)

ซึ่งเป็นทั้งสถาปนิกและวิศวกรชั้นนำของโลกคนหนึ่ง

ผลงานอีกชิ้นของเขาที่โด่งดังไม่แพ้กันก็คือ

เทพีเสรีภาพที่ยืนอยู่เหนือน่านน้ำของนิวยอร์ก

ประเทศสหรัฐอเมริกา

โดยในการก่อสร้างหอไอเฟลนั้น

ทีมงานวิศวกร 50 คนต้องช่วยกัน

ร่างแบบจำนวน 5,300 แผ่น

สำหรับให้คนงาน 132 คนใช้ในพื้นที่ก่อสร้าง

และต้องใช้เวลา 4 เดือนในการทำฐานราก

รวมเวลาก่อสร้าง2ปีจึงแล้วเสร็จ

สำหรับขาของหอคอย

เสา 2 ต้นถูกติดตั้งบนฐานคอนกรีตหนา 6 ฟุตครึ่ง

และเพราะมีขา 2 ข้างที่ใกล้กับแม่น้ำแซนมาก

จึงต้องใช้เขื่อนโลหะกันน้ำ ป้องกันในขณะที่

ทำการเทคอนกรีตบนพื้นที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำ

หอไอเฟลนั้นมีความสูงถึง320เมตร

เป็นโครงสร้างโลหะทั้งหมดน้ำหนักกว่า 7,000 ตัน

ใช้ชิ้นส่วนโลหะทั้งหมด 18,000 ชิ้น

หมุดยึดอีก 2 ล้าน 5 แสน ตัว

ไม่น่าเชื่อว่าทั้งหมดนี้ใช้เพียงเหล็กท่อนแบน

และแผ่นเหล็กในการประกอบ

น่าแปลกที่ในตอนแรกหอไอเฟล

ไม่เป็นที่พิสมัยของชาวปารีสเท่าใดนัก

หลายคนก็กลัวว่าหอคอยจะทำลายทัศนียภาพของกรุงปารีส

กลุ่มศิลปินกล่าวโจมตีว่าเป็นการเอาเปรียบของยุคอุตสาหกรรม

บางคนถึงกับว่ามันเป็นความอัปยศของฝรั่งเศสไปเลยก็มี...

แต่ในท้ายที่สุดหอไอเฟลกลับกลายเป็นที่นิยมชมชอบและยืนหยัด

เคียงคู่ฟ้าของกรุงปารีสมาจนถึงปัจจุบัน

ความงามยามค่ำคืน

มองจากข้างบนหอคอย

(ด้านล่าง)

(ด้านparc du champ de mars)

(ด้านแม่น้ำเซน)

ร้านอาหารLe Jules Verneซึ่งอยู่บนหอไอเฟล

(ร้านนี้แลคือฉากที่เลมอนกะน้ำตาลไปนั่งทานอาหารด้วยกัน)

แนะนำหอคอยสูงๆไปแล้วก็ต่อด้วยที่สูงเช่นกัน

แต่ไม่ใช่เสาหรือหอคอยที่ไหน

ทว่าเป็นส่วนที่สูงสุดของเมืองปารีสต่างหาก

ย่านมงมาร์ตMontmartreจ้า

ลา บาซิลิก ดู ซาเกร เกอร์

(La Basilique du Sacre-Coeur)

โบสถ์หินอ่อนสีขาวในสไตล์ศิลปะแบบไบเซนไทน์

สร้างขึ้นในปีค.ศ.1876

ตั้งอยู่บนเนินสูงของย่านมงมาร์ต

ตัวโบสถ์ทำจากหินอ่อนทั้งหมด

อีกมุมหนึ่งก็สวยไม่แพ้กัน

ปลาส ดู แตรตร์ (Place du tertre)

ลานหินที่อยู่ทางขวาของย่านมงมาร์ต

เต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่เข้ามาชมงานศิลปะ

ซึ่งจิตรกรนำมาตั้งวางเรียงรายบนทางเท้า

ล้อมด้วยอาคารบ้านเรือนแบบดั้งเดิม

ที่มีทั้งร้านอาหารและร้านกาแฟ

ตลอดจนร้านขายของที่ระลึกอยู่เต็มไปหมด

งานศิลปะจากจิตรกรริมทาง

ที่ฝีมือไม่ได้ริมทางไปด้วย

ที่สำคัญภายในPlace du tertreยังมีบ้านหลังที่

วินเซนต์ แวน โกะห์ (Vincent Van Gogh)

ศิลปินชาวดัชต์ชื่อดังในยุคอิมเพรสชั่น

เคยมาอาศัยออยู่ด้วย...

บ้านเลขที่54 ถนนRue Lepic

อดีตบ้านที่แวนโกะห์เคยมาอาศัยอยู่

เมื่อปี1886-1888

เป็นไงบ้างคะวันนี้ รูปสวยเยอะใช่ม้า

แบบว่าชดเชยที่ไม่ได้เอาลงนาน

ตอนหน้าวาวจะเอามหาวิหารโนตร-ดาม

กับปราสาทเชอนงโซมาให้ทุกท่านได้ทัศนากัน

รวมถึงเกร็ดเล็กน้อยจากเรื่องเลมอน

และก็คงเป็นภาพประเทศฝรั่งเศส

ในเรื่องเลมอนชุดสุดท้ายด้วย...

แต่ว่า...นอกเหนือจากในเนื้อเรื่องแล้ว

ฝรั่งเศสยังมีสถานที่สวยๆอีกมาก

ที่รับรองว่าได้เห็นแล้วจะต้องทึ่ง รวมไปถึงภาพ

สวยๆจากประเทศแถบยุโรปที่วาวภูมิใจนำเสนอ

(อนาคตบล็อกนี้คงกลายเป็นนำเที่ยวยุโรปไปแหงๆ)

ยังไงถ้าใครนิยมชมชอบสถานที่สวยๆจากประเทศ

ฝรั่งเศส อิตาลี สวิสเซอร์แลนด์ เยอรมัน ฯลฯ

ก็อย่าลืมติดตามกันนะคะ

และวันนี้วาวขอเลือกเพลง

Everything - SS501

เป็นเพลงฟังสบายๆที่ชอบมากอีกเพลงนึงเลยล่ะค่ะ






parawhite in cyber
View full profile